เสน่ห์ของฮอกไกโดเหนือ Charm of Northern Hokkaido

ประวัติศาสตร์

太古の時代から
海峡で隔てられてきた。
アイヌの人々が
自然とともに生きてきた。
明治時代になって
多くの人々が移住してきた。
北の大地には
独自の歴史がある。
きた北海道を旅しながら、
その一端に触れてみたい。

ตั้งแต่สมัยโบราณ
ผู้คนชาวไอนุ
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
โดยมีช่องแคบกั้นกลาง
เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ(ปีค.ศ.1868-ค.ศ.1912)
ผู้คนจำนวนมากก็ได้อพยพมา
ที่แผ่นดินทางตอนเหนือ
ที่มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง
อยากท่องเที่ยวไปในฮอกไกโดเหนือพร้อมกับ
สัมผัสส่วนหนึ่งประวัติศาสตร์เหล่านั้น

พิพิธภัณฑ์ฮอกไกโด

ศึกษาธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของฮอกไกโดอย่างเพลิดเพลิน

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งฮอกไกโดซึ่งแนะนำธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของฮอกไกโดทั้งหมด มีการจัดแสดงอย่างละเอียดโดยแบ่งเค้าโครงของฮอกไกโดออกเป็น 5 ธีม ตามแนวคิด “ฮอกไกโดในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ” กับ “ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์” นอกจากแต่ละธีมจะเชื่อมต่อกันด้วยระเบียงทางเดินทำให้สามารถเดินดูได้อย่างอิสระแล้ว ยังใช้การติดตั้งโมเดลจำลอง ไดโอราม่า(การทำหุ่นจำลองเหมือนจริง) และภาพเคลื่อนไหว จึงสามารถเพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุหรือสัญชาติ ในการจัดแสดงมีกระดานคำอธิบายหลายภาษาจัดเตรียมไว้ อีกทั้งยังสามารถยืมอุปกรณ์บรรยายไร้สายที่รองรับ 6 ภาษาได้อีกด้วย

บ้านชาวประมงที่ตระกูลฮานาดะเคยอาศัยอยู่

ย้อนเวลากลับไปในอดีตที่คับคั่งไปด้วยปลาเฮอร์ริ่ง

บริเวณชายฝั่งของทะเลญี่ปุ่นในฮอกไกโดที่ในสมัยเมจิถึงโชวะ (ช่วงปีค.ศ.1868-ค.ศ.1950) เคยคับคั่งไปด้วยปลาเฮอร์ริ่ง มี “บ้านชาวประมงนิชิน (ปลาเฮอร์ริ่ง)” สิ่งก่อสร้างเพื่อการอยู่อาศัยและการประมงที่สร้างขึ้นโดยเหล่าหัวหน้าชาวประมงหลงเหลืออยู่ แต่มีเพียง “บ้านชาวประมงที่ตระกูลฮานาดะเคยอาศัยอยู่” ในตำบลโอบิระแห่งเดียวเท่านั้นถูกกำหนดให้เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ เป็นบ้านเรือนราษฎรขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีอยู่ในฮอกไกโด ว่ากันว่าในเวลานั้นมีจำนวนลูกจ้างมากกว่า 200 คน เมื่อไปเยือนบ้านชาวประมงที่ตระกูลฮานาดะเคยอาศัยอยู่ นอกจากจะสัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต ยังรู้สึกถึงความไม่แน่นอน อย่างเช่นความถดถอยของสิ่งที่เคยเจริญรุ่งเรืองมากในอดีต

พิพิธภัณฑ์สึคิกาตะคาบาโตะ

รู้จักประวัติศาสตร์ของนักโทษที่รับหน้าที่ในการบุกเบิกฮอกไกโด

หลังจากจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของสมัยเมจิ(ปีค.ศ.1868) “คาบาโตะชูจิคัง (ที่คุมขังนักโทษในสมัยเมจิ)” ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1881 เพื่อจุดประสงค์ในการกักขังนักโทษการเมืองที่ถูกจับในสงครามกลางเมืองและผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง นักโทษที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่ถูกใช้แรงงานอย่างโหดร้ายเพื่อรับหน้าที่ในการบุกเบิกและขุดเจาะถนนสายหลัก และอื่นๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันรุนแรงของฮอกไกโด หากได้ไปเยือน “พิพิธภัณฑ์สึคิกาตะคาบาโตะ” ที่จัดแสดงข้อมูลการใช้ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นที่สร้างรากฐานในการพัฒนาฮอกไกโด และสภาพของสถานที่ไว้อย่างสมบูรณ์ คุณจะได้รู้จัก “อีกหนึ่งประวัติศาสตร์การบุกเบิก” ที่ถูกกลบไว้ในประวัติศาสตร์การบุกเบิกฮอกไกโด

พิพิธภัณฑสถานแห่งเมืองมิคาสะ

ลองสัมผัสฟอสซิลล้ำค่าของจริง

พิพิธภัณฑสถานแห่งเมืองมิคาสะ หรือถูกเรียกอีกอย่างว่า “พิพิธภัณฑ์ฟอสซิล” เน้นการจัดแสดงแอมโมไนต์(สัตว์ประเภทนอติลอยด์ชนิดหนึ่ง) ที่ค้นพบในฮอกไกโดเป็นหลัก และฟอลซิลต่างๆ อีกประมาณ 1,000 ชิ้น ในนั้นมีของล้ำค่าอย่าง “ฟอสซิลเอะโสะมิคาซะริว(สัตว์เลื้อยคลานกินเนื้ออาศัยอยู่ในทะเลที่สูญพันธุ์ไปแล้ว)” เป็นต้น ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติของประเทศในปีค.ศ.1977 ในบรรดาฟอสซิลที่ถูกจัดแสดงอยู่มีหลายชิ้นที่สัมผัสได้อย่างอิสระ การที่ได้สัมผัสฟอสซิลแอมโมไนต์ของจริงและรู้สึกถึงการผจญภัยในสมัยโบราณนั้นน่าสนใจใช่ไหมคะ นอกจากนี้ คุณยังสามารถถ่ายภาพอย่างอิสระ โดยจะต้องไม่ใช้ขาตั้งกล้องหรือไม้เซลฟี่

พิพิธภัณฑ์โอค็อตสก์ เอะซาชิ

ศึกษาธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโอค็อตสก์กันเถอะ

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่คุณสามารถศึกษาธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโอค็อตสก์ตั้งแต่สมัยโบราณ มี “ตัวอย่างโครงกระดูกของปลาวาฬเพชรฆาตทั้งตัว” ที่มีขนาดใหญ่กว่า 7m ซึ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีการจัดแสดงสัตว์สต๊าฟหลากหลายชนิด เช่น “Desmostylus (สัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์คล้ายฮิปโปโปเตมัส)” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้วที่ขุดพบในเขตพื้นที่อุตะโนโบริ และบรรดาสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นเอะซาชิ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถรู้จัก “วัฒนธรรมโอค็อตสก์” ที่เคยเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ถึงศตวรรษที่ 13 โดยมีทรัพย์สินที่มีค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศทั้ง 204 ชิ้นเป็นศูนย์กลาง ได้มีการนำระบบนำทางเข้ามาใช้ในพิพิธภัณฑ์ และติดตั้งข้อมูลแนะนำอาคารที่รองรับ 5 ภาษาไว้ในอุปกรณ์แท็บเล็ต (ให้ยืมฟรี)